การปฏิบัติตัวหลังการผ่าตัดเมื่อสามารถเดินได้แล้ว

               โดยข้อเท็จจริงแล้วผู้ป่วยทุกคนที่มีอาการปวดข้อเข่ามาก หรือข้อเข่าโก่งมากเวลาเดินแล้วมีอาการปวด ซึ่งเป็นอาการที่ทำให้ผู้ป่วยตัดสินใจที่จะเข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม อาการปวดข้อเข่านี้มักทำให้ผู้ป่วยหลีกเลี่ยงการเดิน การขึ้นบันได หรือพยายามเคลื่อนไหวข้อเข่าที่ปวดเท่าที่จำเป็น จึงมักพบว่าผู้ป่วยเหล่านี้ มักมีกำลังของกล้ามเนื้อโดยเฉพาะต้นขาเหยียดเข่ามีความแข็งแรงน้อยกว่าปกติ เมื่อผู้ป่วยได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมแล้ว หากยังมีความกังวลใจเรื่องข้อที่เปลี่ยนมานั้นจะหลุดหรือหลวมได้ จึงยิ่งทำให้มีการบริหารกล้ามเนื้อต้นขาเหยียดเข่าน้อยกว่าที่ควรจะทำ ส่งผลให้ความแข็งแรงของขาข้างที่ทำผ่าตัดแข็งแรงน้อยกว่าที่ควรจะเป็น

 

บริหารกล้ามเนื้อ และฝึกการเหยียดงอข้อเข่า

               ผู้ป่วยควรฝึกบริหารกล้ามเนื้อต้นขาเหยียดข้อเข่าอย่างสม่ำเสมอ และฝึกการเหยียดงอข้อเข่าอย่างต่อเนื่อง โดยทั่วไปการเหยียดงอข้อเข่ามักเปลี่ยนแปลงได้มากในช่วง 6 สัปดาห์แรกหลังจากการผ่าตัด ในช่วงเวลาดังกล่าวจึงเป็นเวลาที่ควรฝึกบริหารอย่างเต็มที่ และควรงอข้อเข่าได้อย่างน้อยที่สุด 100 องศา ผู้ป่วยทุกคนจะรู้สึกว่าตึงและปวดข้อเข่าขณะพยายามงอข้อเข่า แต่พบว่าเมื่อผู้ป่วยปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอแล้ว อาการปวดและตึงมักน้อยลงจนหายไป กรณีที่การงอเข่าระหว่าง 6 สัปดาห์แรกมีความคืบหน้าช้า ควรฝึกเพิ่มเติมด้วยตนเอง ด้วยการนั่งบนเก้าอี้มีล้อ แล้วโยกตัวไปให้เก้าอี้เลื่อนไปข้างหน้า โดยที่เท้ายึดตรงกับพื้น

ผู้ป่วยที่ได้รับการประเมินว่าได้ผลการรักษาดี คือ เดินแล้วไม่มีอาการปวดเหมือนก่อนการผ่าตัด มีแนวของขาข้างที่ผ่าตัดอยู่ในแนวที่ดี มีการเหยียดข้อเข่าได้สุดหรือเกือบสุด และงอข้อเข่าได้ประมาณ 120 องศาขึ้นไป

 

 

ภาพ แสดงการฝึกงอข้อเข่า โดยผู้ป่วยนั่งบนเก้าอี้ที่มีล้อ เลื่อนเก้าอี้ไปข้างหน้า โดยตรึงเท้าให้อยู่กับที่ จะทำให้เข่างอมากขึ้น ให้ทำต่อเนื่องช้า ๆ แต่ทำบ่อย ๆ ทุกวันในช่วง 6 สัปดาห์แรก

 

เมื่อข้อเข่าเริ่มเข้าสู่ภาวะคงที่แล้ว

               ซึ่งโดยทั่วไปประมาณ 6 เดือน ข้อเทียมจะมีความแข็งแรงเสมือนว่าเป็นข้อเข่าของผู้ป่วยเอง จึงไม่จำเป็นต้องกังวลว่าข้อจะหลุดออกมา ผู้ป่วยสามารถดำเนินชีวิตประจำวันตามปกติได้ ขึ้นลงบันไดได้ สามารถออกกำลังกายเช่น เดินเร็ว ๆ รำมวยจีน เล่นกีฬาเช่น ว่ายน้ำ กอล์ฟ ได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่หนักเช่นการวิ่งเร็ว การกระโดดอย่างต่อเนื่อง การเล่นกีฬาที่ต้องเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว เช่น เทนนิส เป็นต้น การนั่งที่เหมาะสมควรนั่งบนเก้าอี้ มีผู้ป่วยบางรายเท่านั้นที่สามารถนั่งยอง ๆ ได้ แต่ส่วนใหญ่สามารถนั่งขัดสมาธิ หรือนั่งพับเพียบได้