รู้จักโรคข้อเข่าเสื่อมจากสูงอายุให้มากขึ้น

รศ.นพ.อารี ตนาวลี   

เมื่อเราทุกคนอายุมากขึ้น มีความเปลี่ยนแปลงหลายอย่างเกิดขึ้น จากความถดถอยของร่างกาย พบว่าคนที่มักมีโรคข้อเข่าเสื่อ อาจมีน้ำหนักตัวที่มากขึ้น และเริ่มมีความผิดปกติภายในข้อที่อาจเกิดขึ้นประกอบด้วย
    • ผิวของข้อเข่าซึ่งเป็นกระดูกอ่อนเริ่มผิดปกติ
    • การกระจายการรับน้ำหนักของกระดูกผิวข้อเริ่มผิดปกติ
    • เยื่อหุ้มข้อเกิดการอักเสบ และสร้างน้ำในข้อมากขึ้น
    • มีกระดูกงอกเกิดขึ้นภายในข้อ
    • เอ็นยึดข้อบางส่วนหย่อนยานขึ้น ทำให้ข้อแกว่งมากขึ้น
    • กล้ามเนื้อรอบข้อเข่าแข็งแรงน้อยลง
    • กระดูกข้อเข่าบางตัวลง
สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเหล่านี้รวมกัน หรือเป็นเหตุเป็นผลกันทำให้เกิดการอักเสบขึ้นภายในข้อเข่า ในระยะแรกผู้ป่วยมักมีข้อเข่าบวม อาจร่วมกับอาการปวด อาการขัดที่ข้อ โดยอาการจะเป็นมากขึ้นเมื่อมีการเคลื่อนไหวมากขึ้นของข้อ ซึ่งก็คือในขณะเหยียดและงอข้อเข่าจะมีอาการปวด และหรือขัดในข้อ และมีเสียงลั่นในข้อ ซึ่งอธิบายจากการที่ผิวกระดูกภายในข้อเริ่มไม่เรียบและมีกระดูกงอกเกิดขึ้น ผู้ป่วยบางคนก็จะปรับตัวด้วยการไม่เหยียด หรืองอข้อเข่าจนสุด เมื่อเวลาผ่านไป ทำให้เกิดปัญหาข้อติดขัดตามมา อาการเหล่านี้จะเป็นมากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป ขณะเดียวกันถ้าข้อที่เสื่อมอักเสบนั้นถูกใช้งานมาก และต่อเนื่องก็ทำให้เป็นมากขึ้นได้เช่นกัน


ภาพวาดแสดงข้อเข่าที่ปกติ สังเกตได้ว่าผิวข้อมีลักษณะเรียบมัน

ภาพวาดแสดงผิวสัมผัสของข้อที่ปกติ ซึ่งมีเยื่อหุ้มข้อที่ปกติ น้ำในข้อที่ปริมาณปกติ ผิวกระดูกอ่อนที่ดี

 

ผู้ป่วยส่วนใหญ่เมื่อมาพบแพทย์ก็มักจะมาเมื่ออาการต่าง ๆ เกิดขึ้นพอควรแล้ว หรือ ไม่สามารถประกอบภารกิจประจำวันได้เหมือนเดิม ซึ่ง อาการหลัก ๆ ก็คือ อาการปวด,ขัด และหรือบวม ของข้อเข่า หรือในรายที่มีข้อเข่าโก่งอยู่บ้างแล้วก็มักจะมาด้วยเรื่องเข่าผิดรูป หรือทำให้เกิดปัญหาปวดมากขณะเปลี่ยนท่า เช่นจากนั่งเป็นยืน
ในผู้ป่วยที่ชีวิตประจำวันต้องมีการนั่งในลักษณะงอข้อเข่ามาก เช่น นั่งยอง ๆ นั่งพับเพียบ นั่งขัดสมาสหรือนั่งคุกเข่า หรือจำเป็นต้องขึ้นหรือลงบันไดจำนวนหลาย ๆ ชั้นอยู่เป็นประจำ ก็มักทำให้อาการอักเสบของข้อเข่ารุนแรงขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถดำเนินชีวิตเหมือนที่เคยทำในขณะเป็นปกติได้ในเวลาอันสั้น จนอาจเป็นสาเหตุให้ต้องมาพบแพทย์เร็วขึ้น

ภาพวาดแสดงข้อเข่าที่ผิดปกติ คือมีการอักเสบเกิดขึ้น สังเกตได้ว่าผิวข้อที่เคยมีลักษณะเรียบมันกลายเป็นขรุขระไม่เรียบ
ภาพวาดแสดงผิวสัมผัสของข้อที่ผิดปกติ ซึ่งมีเยื่อหุ้มข้อ และผิวกระดูกอ่อนที่ผิดปกติ ทำให้เกิดน้ำในข้อที่ปริมาณมากขึ้น จึงทำให้ข้อบวม
*เป็นที่ทราบกันดีว่า ปัญหาข้อเข่าเสื่อมจากสูงอายุนั้นมักจะพบในเพศหญิงได้มากกว่าเพศชาย * เนื่องจากมีความแตกต่างบางอย่างระหว่างเพศ ในเรื่องต่าง ๆ ดังนี้
  • เรื่องความแข็งแรงหรือความบางของกระดูก
  • เรื่องความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบข้อเข่า
  • เรื่องน้ำหนักตัวที่เพิ่มมากขึ้น
  • เรื่องการหย่อนตัวของเอ็นยึดข้อเข่า
เมื่อเกิดปัญหาข้อเข่าเสื่อมเกิดขึ้นแล้ว ก็ย่อมมีอาการของโรคซึ่งจะสัมพันธ์กับความรุนแรงของโรค ถ้าหากว่าอาการที่เกิดขึ้นน้อย ผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมแต่เนิ่น ๆ ก็สามารถชะลอการเสื่อมของข้อเข่านั้น ๆ ได้
วิธีการที่จะช่วยให้ผู้ป่วยชะลอการเสื่อมของข้อเข่านั้น ประกอบด้วยวิธีหลัก ๆ ดังนี้
• หลีกเลี่ยงท่างอข้อเข่ามาก ๆ (นั่งยอง ๆ นั่งพับเพียบ นั่งขัดสมาส และนั่งคุกเข่า) ดังที่กล่าวมาแล้ว
• หลีกเลี่ยงการขึ้นลงบันไดหลาย ๆ ชั้น
• ควบคุมน้ำหนักตัวให้ดี ไม่ให้อ้วน
• หมั่นขยันบริหารกล้ามเนื้อรอบข้อเข่าอยู่เสมอ โดยเฉพาะกล้ามเนื้อด้านหน้าของต้นขา
• ทานยาแก้อักเสบของข้อเมื่อจำเป็น หรือทานเป็นครั้งคราว
• ในรายที่ข้อโก่งผิดรูป และหรือมีการแกว่งของข้อได้มากกว่าปกติ ควรสวมปลอกสวมข้อเข่า ชนิดมีเหล็กสปริงที่ด้านข้างของข้อเข่าทั้งด้านในและด้านนอก
• ใช้ไม้เท้าช่วยเมื่อต้องเดินเป็นระยะทางไกล หรือเดินในที่ไม่เรียบ
สิ่งสำคัญที่ผู้ป่วยหรือผู้เกี่ยวข้องกับผู้ป่วยต้องทราบ คือ ในการรักษาด้วยวิธีดังกล่าวมาแล้วก็คือ ผู้ป่วยที่มีความรุนแรงของโรคน้อยหรือปานกลางเท่านั้น ที่สามารถรักษาวิธีเหล่านี้ได้ผลเป็นที่พอใจของผู้ป่วย ผู้ป่วยที่มีโรคอยู่ในระยะรุนแรง หรือระยะท้าย มักยังคงมีอาการปวดถึงแม้จะมีกิจกรรมน้อย ๆ จึงเป็นสาเหตุให้ผู้ป่วยกลุ่มที่มีอาการของโรคระยะท้ายนี้อาจต้องรับการรักษาโดยวิธีผ่าตัด