ทำความเข้าใจเรื่องข้อสะโพกเทียม
|
รศ.นพ.อารี
ตนาวลี
การเปลี่ยนข้อตะโพกคืออะไร
การเปลี่ยนข้อตะโพกแบบทั้งหมด
(Total hip replacement) คือการเปลี่ยนส่วนของกระดูกที่ตายหรือเสื่อมออก
แล้วแทนที่ด้วยข้อเทียม (Prosthesis) ชุดข้อตะโพกเทียมประกอบไปด้วย
3 ส่วนคือ ส่วนหัวของกระดูกต้นขาที่มีลักษณะคล้ายลูกบอล ส่วนเบ้า และส่วนก้านที่จะถูกยึดอยู่ในโพรงกระดูกต้นขา
โดยทั่วไปแล้วส่วนนอกของเบ้าทำจากโลหะและส่วนในทำจากพลาสติกชนิดที่แข็งแรงเป็นพิเศษ
หรือทั้งส่วนนอกและส่วนในทำจากพลาสติกทั้งคู่ และส่วนหัวที่มีลักษณะคล้ายลูกบอลทำจากโลหะ
การคัดเลือกวัสดุที่ใช้ทำข้อเทียมจากโลหะและพลาสติกนี้มีวัตถุประสงค
์เพื่อให้มีการเคลื่อนไหวคล้ายคลึงการเคลื่อนไหวขอข้อจริงมากที่สุด
ข้อบ่งชี้ในการทำผ่าตัด
เนื่องจากมาตรฐานการยอมรับข้อบ่งชี้ในการทำผ่าตัดเปลี่ยนข้อตะโพกเทียมมีความแตกต่างกันในบางประเทศ
แต่เป้าหมายที่สำคัญของการทำผ่าตัดเปลี่ยนข้อตะโพกเทียม คือทำให้อาการปวดบรรเทาหรือหายไป
และทำให้ผู้ป่วยมีความสามารถปฏิบัติภารกิจประจำวันได้ดียิ่งกว่าก่อนการผ่าตัด
ซึ่งผู้ป่วยเหล่านี้ควรผ่านการรักษาโดยวิธีไม่ผ่าตัดแล้วพอสมควรและอาการไม่ดีขึ้น(1)
ดังนั้นข้อบ่งชี้ในการทำผ่าตัดเปลี่ยนข้อตะโพกเทียมจึงขึ้นกับปัจจัยหลาย
ๆ อย่าง เช่น ความสามารถทนความเจ็บปวดของผู้ป่วย สภาพการดำเนินชีวิตประจำวันของผู้แต่ละราย
รวมถึงการที่มีผู้ช่วยเหลือดูแลผู้ป่วยที่บ้านหรือไม่
ข้อบ่งชี้ชัดเจน
(definite indications)
การผ่าตัดเปลี่ยนข้อตะโพกเทียมสามารถทำให้ผู้ป่วยหายปวดและมีคุณภาพชีวิตดีขึ้นได้
แต่ก็มีข้อเสียคือข้อเทียมต้องหลุดหลวมในเวลาต่อมา ซึ่งทำให้ผู้ป่วยต้องมารับการผ่าตัดใหม่อีกครั้ง
ดังนั้นการเลือกผู้ป่วยมาทำผ่าตัดจึงควรจะต้องมีข้อบ่งชี้ที่ชัดเจน
ซึ่งข้อบ่งชี้ชัดเจนเป็นข้อบ่งชี้ที่ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ส่วนใหญ่เห็นร่วมกันว่ามีความเหมาะสมที่จะทำผ่าตัดเปลี่ยนข้อตะโพกเทียม
ที่สำคัญ ดังนี้
1.
โรคข้อตะโพกเสื่อม (osteoarthritis of the hip) ในระยะท้าย หรือไม่ดีขึ้นจากการรักษาวิธีไม่ผ่าตัดมาเป็นเวลานานพอสมควร
2.
โรคข้ออักเสบเสื่อม (inflammatory arthritis) ของข้อตะโพก ในระยะท้าย
หรือระยะที่ทำให้เกิดอาการปวดมากจนทนไม่ได้และไม่บรรเทาจากการรักษาแบบไม่ผ่าตัด(2)
ซึ่งอาจเกิดจากโรค ข้ออักเสบรูมาตอยด์ (rheumatoid arthritis) หรือ
inflammatory arthritis ต่าง ๆ
3.
โรคข้อตะโพกเสื่อมชนิด posttraumatic arthritis ในระยะท้าย เช่นกระดูก
femoral neck หัก แล้วเกิดข้อเสื่อมตามมา หรือผู้ป่วยเคยมีกระดูกเบ้าตะโพกแตกแล้วได้ผลการรักษากระดูกหักไม่ดี(3)
4.
โรคหัวกระดูกฟีเมอร์ขาดเลือดมาเลี้ยง (avascular necrosis of the femoral
head) ในระยะท้าย หรือทำให้เกิดอาการปวดมากจนทนไม่ได้ ซึ่งผู้ป่วยที่พบบ่อยมักมีสาเหตุจากการดื่มสุราจัดเป็นเวลานาน
(chronic alcoholism) หรือได้รับยากลุ่มสเตียรอยด์เป็นเวลานาน (chronic
steroid usage)
5.
โรคความผิดปกติของข้อตะโพกที่ทำให้ส่วนหัวของข้อตะโพกไม่อยู่ในเบ้าตามปกติ
เช่น hip dysplasia หรือ hip subluxation หรือ hip dislocation ซึ่งอาจเป็นชนิด
congenital หรือ posttraumatic injury ก็ได้

ข้อบ่งชี้สัมพัทธ์
(relative indications)
เนื่องจากศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์บางท่านมีแนวทางการเลือกผู้ป่วยมาทำผ่าตัดเปลี่ยนข้อตะโพกเทียมที่แตกต่างไป
จึงมีข้อบ่งชี้สัมพัทธ์สำหรับการทำผ่าตัด THA ซึ่งอาจไม่ได้ใช้ทั่วไปสำหรับแพทย์ทุกท่าน
ทั้งนี้ข้อบ่งชี้สัมพัทธ์นี้มักเลือกใช้กรณีภาวะเกิดกระดูกหักบริเวณส่วน
femoral neck ซึ่งมีลักษณะต่อไปนี้(4)
1.
มีโรคของข้อตะโพกร่วมด้วยในข้างเดียวกัน หรืออีกข้างหนึ่ง
2.
ในผู้ป่วยสูงอายุ ซึ่งคาดว่าการรักษาวิธีอื่นอาจได้ผลไม่ดี
3.
กระดูกหักแล้วไม่ติด หรือได้รับการยึดกระดูกที่หักด้วยวิธีอื่นแล้วล้มเหลว
ข้อห้ามในการทำผ่าตัด
ข้อห้ามในการทำผ่าตัดเปลี่ยนข้อตะโพกเทียมที่สำคัญมีคือ ข้ออักเสบติดเชื้อในระยะที่ยังอักเสบอยู่
เนื่องจากการที่มีข้อเทียมอยู่ในบริเวณที่อักเสบติดเชื้อจะทำให้ร่างกายไม่สามารถกำจัดเชื้อที่เป็นสาเหตุออกได้
และมักเกิดปัญหา bone resorption และติดตามมาด้วยข้อเทียมหลุดหลวม(1,5)
นอกเหนือจากนี้แล้วอาจพิจารณาเป็นข้อห้ามเป็นราย ๆ ไปตามดุลยพินิจของศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ผู้รักษา(1,2,6)
คือ
- กล้ามเนื้อรอบข้อตะโพกอ่อนแรงมากหรือไม่มีแรง
โดยเฉพาะกล้ามเนื้อที่ใช้ในการกางขา (hip abductors) เนื่องจากภาวะนี้ทำให้เกิด
unstable hip และอาจทำให้ข้อตะโพกหลุดเคลื่อนได้ง่าย
- ผู้ป่วยที่มี
neuromuscular diseases และมีผลกระทบต่อข้อตะโพกที่จะทำผ่าตัด
- ผู้ป่วยที่มีโรคของหลอดเลือด
เช่น arterial insufficiency หรือ deep vein thrombosis
- ผู้ป่วยที่เกิดภาวะ
bone stock loss อย่างมาก บริเวณข้อตะโพก
- ผู้ป่วยที่อ้วนมาก
ๆ
เทคนิคการยึดข้อตะโพกเทียมไว้กับโพรงกระดูก
ทำได้สองวิธีคือ
ใช้ซีเมนต์ชนิดพิเศษที่ใช้สำหรับยึดกระดูก และไม่ใช้ซีเมนต์ในกรณีที่ใช้ข้อเทียมชนิดที่มีพื้นผิวแบบขรุขระ
(Porous) บริเวณร่องของผิวที่ขรุขระนี้จะเป็นบริเวณที่เนื้อกระดูกฝังตัวเข้าไป
ทำให้เกิดการสร้างกระดูกบริเวณรอบๆก้านข้อเทียมและโพรงกระดูก จึงส่งเสริมการยึดติดกับโพรงกระดูกแน่นมากยิ่งขึ้น

ควรเตรียมตัวก่อนผ่าตัดอย่างไร
หากต้องรักษาโดยการผ่าตัด
แพทย์จะมีการกำหนดวันผ่าตัดล่วงหน้า มีการตรวจร่างกายเบื้องต้นเพื่อตรวจสอบว่าท่านไม่มีปัญหาสุขภาพอย่างอื่นเช่น
โรคเบาหวาน หรือโรคความดันโลหิตสูง และต้องทำการรักษาโรคดังกล่าวให้อาการคงที่ก่อนผ่าตัด
แพทย์อาจแนะนำให้คุณลดน้ำหนักหากจำเป็น
และสอนท่าบริหารข้อสำหรับหลังผ่าตัด ถ้าคุณสูบบุหรี่ควรแจ้งให้แพทย์ทราบด้วย
เนื่องจากการสูบบุหรี่อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอาการแทรกซ้อนระหว่างการผ่าตัด
และทำให้การหายของแผลช้าลง
คุณควรทำฟัน
อุดฟันหรือขูดหินปูนให้เรียบร้อยก่อนผ่าตัด เพื่อป้องกันไม่ให้มีเชื้อจุลินทรีย์ในปากเข้าไปในระบบไหลเวียนโลหิต
แล้วอาจเข้าไปติดเชื้อในข้อต่อได้ อาจมีการให้เลือดระหว่างการผ่าตัดในกรณีที่เสียเลือดมาก
ดังนั้นแพทย์อาจให้คุณบริจาคเลือดสำรองเก็บไว้ให้กับตัวท่านเอง เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดปฏิกิริยาแพ้เลือดที่ได้รับบริจาคจากผู้อื่น
มีอะไรเกิดขึ้นบ้างขณะผ่าตัด
ในวันผ่าตัดพยาบาลจะให้น้ำเกลือเพื่อใช้สำหรับให้ยาระหว่างการผ่าตัด
โดยทั่วไปแล้วการผ่าตัดใช้เวลาประมาณ 2-4 ชั่วโมง ระยะเวลาการผ่าตัดจะเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการอักเสบของข้อตะโพก
ขณะผ่าตัดและหลังผ่าตัดประมาณ 1-2 วัน จะต้องใส่สายสวนปัสสาวะไว้ประมาณ
1-2 วันหลังผ่าตัด และขณะผ่าตัดจะมีการพันผ้ารัดขาและสายรัดห้ามเลือดไว้
ขั้นตอนการผ่าตัดเริ่มจากลงมีดที่ด้านข้างของตะโพก
ตัดส่วนหัวของกระดูกต้นขาออก เตรียมโพรงกระดูกสำหรับใส่ข้อเทียม ทดลองใช้ตัวลองข้อเทียมเพื่อเลือกขนาดที่เหมาะสม
และทดสอบการเคลื่อนไหว ตามด้วยใส่ข้อเทียมส่วนก้านในโพรงกระดูกต้นขา
และต่อส่วนหัวของข้อเทียมเข้ากับส่วนก้าน เทคนิคการยึดข้อเทียมอาจใช้ซีเมนต์หรือไม่ใช้ซีเมนต์ก็ได้ขึ้นอยู่ชนิดของข้อเทียมที่ใช้
ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ หลังจากนั้นแพทย์จะล้างและเย็บปิดแผล
โดยใส่สายระบายเลือดออกจากแผลลงขวด
หลังจากผ่าตัดเสร็จคุณจะถูกส่งไปห้องพักฟื้น คุณจะรู้สึกตัวดีขึ้นเรื่อยๆหลังจากหมดฤทธิ์ยาสลบ
ระหว่างนี้พยาบาลจะดูแลคุณ กระตุ้นให้คุณไอและหายใจลึกๆ เพื่อให้ปอดขยายตัวดีขึ้น
หลังจากหลังจากรู้สึกตัวดีคุณจะถูกส่งกลับไปยังหอผู้ป่วย

ควรปฏิบัติตัวหลังผ่าตัดอย่างไรบ้าง
หลังผ่าตัดวันรุ่งขึ้นคุณควรเริ่มบริหารข้อตะโพกแบบเบาๆ
เพื่อให้กล้ามเนื้อบริเวณดังกล่าวแข็งแรง และทำให้ข้อตะโพกสามารถกลับมาเคลื่อนไหวได้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด
แพทย์อาจให้คุณนั่งที่ขอบเตียงและแกว่งเท้าเบาๆ
ภายใน
24 ชั่วโมงหลังผ่าตัดหรือเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ แพทย์หรือนักกายภาพบำบัดจะสอนให้คุณเริ่มก้าวเดินประมาณ
2-3 ก้าวโดยใช้ไม้ท้าช่วยเดินแบบสี่ขา เมื่อแผลติดดีแล้วจึงจะสามารถเปลี่ยนเป็นไม้เท้าได้
ก่อนกลับบ้านแพทย์หรือพยาบาลจะให้คำแนะนำเกี่ยวกับการทำกิจวัตรประจำวันต่างๆ
เช่น การเดินไปห้องน้ำ การเปลี่ยนเสื้อผ้า วิธีการนั่ง ยืน หรือเก็บของ
หลังจากผ่าตัดประมาณ
1 อาทิตย์ หรือเมื่อแพทย์พิจารณาแล้วพบว่าสภาพร่างกายพื้นฟูดีเพียงพอแล้ว
แพทย์จึงจะอนุญาตให้กลับบ้านได้ โดยคุณอาจจะต้องทำกายภาพบำบัดต่อ 2-3
วัน หรือตามที่แพทย์แนะนำ ขณะที่กลับไปอยู่บ้าน คุณจะต้องรับประทานยาและบริหารร่างกายตามที่แพทย์แนะนำอย่างต่อเนื่อง
การเดินและการบริหารข้ออย่างเหมาะสมและเริ่มต้นแต่เนิ่นๆ จะทำให้การทำงานสามารถทำงานได้ใกล้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด

ข้อเทียมที่เปลี่ยนจะใช้งานได้นานเท่าไร
อายุการใช้งานของข้อเทียมแตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละคน
โดยขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น สภาพร่างกายของผู้ป่วย ระดับของกิจกรรมที่ทำ
ปริมาณของน้ำหนักที่ลง รวมทั้งข้อเทียมอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องหรือไม่
สิ่งจำเป็นที่จะต้องระลึกไว้เสมอก็คือ ข้อเทียมมิได้มีความแข็งแรงทนทานเทียบเท่ากับข้อจริง
และไม่มีการรับประกันคุณภาพว่าจะสามารถใช้งานได้ตลอดอายุขัยของผู้ป่วย
การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียมพบได้บ่อยในปัจจุบัน
ผู้ป่วยหลายคนมีความสุขเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากอาการปวดลงเมื่อเทียบกับก่อนผ่าตัด
ผู้ป่วยหลายคนอาจนึกภาพไม่ออกว่าข้อเทียมทำงานได้อย่างไร และระดับกิจกรรมที่สามารถทำได้มากน้อยเพียงใด
คำตอบก็คือข้อที่เปลี่ยนใหม่สามารถเคลื่อนไหวได้โดยการเคลื่อนไหวของส่วนหัวซึ่งมีลักษณะกลมคล้ายลูกบอลในเบ้า
น้ำที่มีอยู่ตามธรรมชาติในช่องว่าระหว่างข้อ (Synovial fluid) ช่วยหล่อลื่นข้อเทียมเหมือนกับช่วยหล่อลื่นข้อจริง
ส่วนของหัวและเบ้าเคลื่อนไหวโดยมีการหมุนและลื่นไถลอยู่ในเบ้า การเสื่อมของข้อเทียมขึ้นอยู่กับระดับการใช้งานของข้อ
ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับการเสื่อมของผ้าเบรกที่เกิดจากการเสียดสีของยางรถยนต์
การใช้งานของข้อหนักเช่นในผู้ป่วยที่มักเคลื่อนไหวรวดเร็ว หรือลงน้ำหนักข้อมาก
อาจทำให้อายุการใช้งานของข้อลดลง การเสื่อมและการหลวมของชุดข้อเทียมสามารถผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียมอันใหม่ได้ทั้งชุดหรือเปลี่ยนเฉพาะบางส่วนก็ได้
แพทย์ผู้ผ่าตัดของคุณจะสามารถให้ข้อมูลได้ดีที่สุด ทั้งเรื่องการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียมอันใหม่
ชนิดของข้อเทียมที่เลือกใช้ รวมถึงการทำกิจวัตรประจำวันหลังจากผ่าตัด
คุณควรขอคำแนะนำจากแพทย์เกี่ยวกับประเด็นต่างๆตามหัวข้อข้างล่างนี้
ว่ามีผลต่ออายุการใช้งานและประสิทธิภาพการทำงานของข้อตะโพกอย่างไร
หลีกเลี่ยงการยกของหนัก
หลีกเลี่ยงการปีนบันไดสูงมาก
ควบคุมให้น้ำหนักตัวเหมาะสม
รักษาสุขภาพและกระปรี้กระเปร่าอยู่เสมอ
หลีกเลี่ยงการออกกำลังกาที่ลงน้ำหนักมากเช่น
วิ่ง สกี และเต้นแอโรบิคแบบหักโหม
ปรึกษาแพทย์ก่อนที่จะเริ่มเล่นกีฬาหรือทำกิจกรรมใหม่ๆ
ก่อนที่จะเคลื่อนไหวแรงๆ
ควรพิจารณาให้ดีก่อน
หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่มีการเคลื่อนไหวและหยุดอย่างรวดเร็ว
การบิดข้อ และการกระแทก
หลีกเลี่ยงการโค้งตัวขณะที่ลงน้ำหนักเช่น
ขณะที่ก้าวขึ้นบันได
ไม่ยกของหรือดันของหนัก
ห้ามคุกเข่า
หลีกเลี่ยงการนั่งยองๆ
และนั่งเก้าอี้เตี้ยๆ
|