การเปลี่ยนข้อเข่าเทียมชนิดซีกเดียววิธีเนื้อเยื่อบาดเจ็บน้อย
--- การเปลี่ยนข้อเข่าอีกชนิดหนึ่งมีความแตกต่างจากการเปลี่ยนข้อเข่าทั้งข้อที่กล่าวมาแล้วคือ
การเปลี่ยนผิวข้อเฉพาะส่วน ซึ่งเปลี่ยนผิวข้อเพียงซีกด้านในหรือซีกด้านนอกของข้อ
ที่เป็นบริเวณรับน้ำหนักเข่าเท่านั้น และไม่มีการเปลี่ยนผิวของกระดูกสะบ้า
ซึ่งเรียกว่าการเปลี่ยนข้อเข่าเทียมซีกเดียว (unicompartmental knee
arthroplasty) บางครั้งแพทย์เรียกทับศัพท์ว่า ยูนินี (uni knee)
ส่วนวัสดุที่ใช้ในข้อเข่าเทียมชนิดซีกเดียวมีคุณสมบัติเช่นเดียวกับข้อเข่าเทียมชนิดทั้งข้อ
ความแตกต่างระหว่างการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมซีกเดียว
กับข้อเข่าเทียมทั้งข้อ คือการผ่าตัดเปลี่ยนข้อซีกเดียวเป็นการทำผ่าตัดที่จำกัดอยู่เฉพาะซีกใน
หรือซีกนอกของข้อเข่าเท่านั้น จึงสามารถผ่าตัดใส่ข้อเทียมได้โดยใช้แผลขนาดเล็กกว่าการเปลี่ยนทั้งข้อ
ความหนาของผิวกระดูกที่ตัดออกไปน้อยกว่าการเปลี่ยนข้อทั้งข้อ และเอาออกเพียงซีกเดียว
นอกจากนี้ การผ่าตัดข้อเข่าซีกเดียว ยังไม่มีการเอาเส้นเอ็นไขว้ภายในข้อออก
จึงทำให้เสียเลือดจากการผ่าตัดน้อยกว่า และข้อเข่ามีความมั่นคงและเป็นธรรมชาติสูงมากเมื่อเทียบกับการเปลี่ยนข้อเข่าเทียมทั้งข้อ
อย่างไรก็ตาม การเลือกผู้ป่วยที่มีความเหมาะสมกับการเปลี่ยนข้อเข่าเทียมซีกเดียวมีความสำคัญมาก
ดังรายละเอียดที่จะกล่าวต่อไป
ภาพซ้าย
ภาพวาดแสดงข้อเข่าที่ปกติ สังเกตได้ว่ามีผิวข้อที่มีลักษณะเรียบ
และไม่สึก
ภาพขวา
ภาพวาดแสดงข้อเข่าที่อักเสบเสื่อม สังเกตได้ว่ามีผิวข้อที่มีลักษณะขรุขระ
ไม่เรียบ และผิวบางส่วนสึกหรอ
ภาพซ้าย
ภาพวาดแสดงการเปลี่ยนผิวข้อเข่าทั้งข้อ ( total knee arthroplasty)
แต่ไม่ได้แสดงส่วนของลูกสะบ้า
ภาพขวา
ภาพวาดแสดงการเปลี่ยนผิวข้อเข่าซีกเดียว (unicompartmental knee
arthroplasty) ซึ่งการตัดกระดูกน้อยกว่าการเปลี่ยนชนิดแรก และไม่มีการเปลี่ยนผิวของลูกสะบ้า
ภาพ
แสดง ขนาดของแผลผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมชนิดซีกเดียวโดยทำให้เนื้อเยื่อบาดเจ็บน้อยมักยาวประมาณ
6-8 เซนติเมตร เส้นที่เห็นแนวนอนในภาพซ้ายแสดงแนวแผล ส่วนภาพขวาแสดงข้อเทียมเมื่อใส่เสร็จแล้ว
เมื่อใดที่ควรได้รับการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมทั้งข้อ?
ผู้ป่วยกลุ่มที่ควรได้รับการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมทั้งข้อ
คือพวกที่มีข้อเข่าเสื่อมหรืออักเสบในระยะท้าย มีอาการเจ็บปวดบริเวณข้อเข่าอย่างชัดเจนและมาก
และเมื่อเคลื่อนไหวก็จะทวีความเจ็บปวด จนทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถดำเนินชีวิตประจำวันอย่างปกติได้
ผู้ป่วยบางรายอาจมีข้อเข่าโก่ง หรือขาเกอย่างมาก ภาพถ่ายเอ็กซเรย์ของผู้ป่วยจะแสดงความเสื่อม
หรือสึกหรอของกระดูก หรือผิดรูปร่างบริเวณข้ออย่างชัดเจน ซึ่งเคยรับการรักษาด้วยวิธีอื่นๆ
เช่น การทานยา หรือการทำกายภาพบำบัดก็ยังไม่ได้ผล
การรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมทั้งข้อในระยะที่ผู้ป่วยยังมีสภาพร่างกายที่แข็งแรงอยู่มักได้ผลดี
หากปล่อยให้โรคที่เป็นมากพอดำเนินต่อไปเป็นเวลานาน ทำให้กำลังกล้ามเนื้อรอบข้อเข่าน้อยลงอย่างต่อเนื่อง
และผู้ป่วยอาจมีสุขภาพถดถอยลงด้วย ซึ่งทำให้ผลการรักษาด้วยการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมในระยะที่ช้าเกินไปนี้ได้ผลไม่ดีเท่าที่ควร
เมื่อใดที่ควรได้รับการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมซีกเดียว?
ผู้ป่วยกลุ่มที่ควรได้รับการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมซีกเดียว
เป็นผู้มีการเสื่อมอักเสบของข้อเข่าน้อยกว่ากลุ่มที่ต้องเปลี่ยนทั้งข้อ
คือการอักเสบเสื่อมอยู่ในระยะกลางขึ้นไป และต้องมีข้อเข่าซีกในหรือซีกนอกเป็นส่วนที่มีการอักเสบเสื่อมเฉพาะ
การโก่งหรือเกผิดรูปร่างของข้อเข่าก็ไม่ควรเป็นมาก และพออนุโลมได้ว่า
ถ้าหากมีการเสื่อมอักเสบของบริเวณอื่นที่ไม่ได้เตรียมจะเปลี่ยนผิวข้อเทียมนั้น
ควรมีการอักเสบเสื่อมที่น้อย และภาพถ่ายเอ็กซเรย์ควรมีความเปลี่ยนแปลงที่เข้าได้กับอาการของผู้ป่วย
เนื่องจากการผ่าตัดชนิดนี้เป็นการผ่าตัดเฉพาะบริเวณที่มีปัญหาจริง
ๆ ดังนั้นถ้าการวินิจฉัยไม่ถูกต้อง จะทำให้ผลการผ่าตัดไม่ดีได้ ซึ่งในอดีต
สาเหตุใหญ่ข้อหนึ่งที่ทำให้ผลการผ่าตัดไม่ดีก็คือ การเลือกผู้ป่วยที่ไม่เหมาะสม
ดังนั้นในการเลือกผู้ป่วยที่เหมาะสม ควรกระทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น
ผู้ป่วยที่เป็นโรคข้ออักเสบทั้งข้อ เช่น รูมาตอยด์ (rheumatoid arthritis)
เป็นกลุ่มที่ไม่ควรทำผ่าตัดวิธีนี้ เพราะจะทำให้ไม่หายปวด

ภาพ
ตัวอย่างของภาพถ่ายทางรังสีของข้อเทียมชนิดซีกเดียว (ภาพซ้าย) และข้อเข่าเทียมชนิดทั้งข้อ
(ภาพขวา)
ผลของการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมซีกเดียว
ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมซีกเดียว
มักเสียเลือดน้อยและไม่ต้องให้เลือด จากประสบการณ์ของผู้เขียน พบว่าหลังจากที่ออกจากห้องผ่าตัดผู้ป่วยมักขยับขาได้ดี
และสามารถยืนหรือเดินได้อย่างชัดเจนภายใน 1 วันหลังจากการทำผ่าตัด
และสามารถกลับบ้านได้ภายในเวลา 3 วัน การทำกายภาพอาจจะมีประโยชน์ในแง่
เพิ่มความสบายใจและมั่นใจต่อผู้ป่วยว่ามีผู้ช่วยเหลือดูแล แต่อันที่จริงแล้วผู้ป่วยสามารถเหยียดและงอข้อเข่าได้เองและทำได้โดยไม่ลำบาก
การงอข้อเข่าหลังการผ่าตัดจะทำได้อย่างน้อยเท่ากับช่วงก่อนการผ่าตัดหรือมากกว่าภายในเวลาประมาณ
3-6 สัปดาห์ ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมชนิดซีกเดียว
จะมีความรู้สึกว่าการเคลื่อนไหวของข้อเข่ามีความเป็นธรรมชาติมากกว่าข้อเข่าเทียมทั้งข้อ
ในปัจจุบันรายงานผลการรักษาระยะยาวของผู้ป่วยที่ได้รับการเปลี่ยนข้อเข่าเทียมซีกเดียว
ซึ่งทำด้วยวิธีผ่าตัดดั้งเดิมแสดงให้เห็นว่า อัตราการใช้งานทนทานถึง10
ปีประมาณ 88-98% ของผู้ป่วยที่มีชีวิตอยู่ ซึ่งถือได้ว่าสูงและใกล้เคียงกับการรักษาโดยวิธี
เปลี่ยนข้อเข่าเทียมทั้งข้อ