สิ่งที่ต้องรู้ก่อนผ่าตัด

              ผู้ป่วยแทบทุกราย คงมีความสับสน หรือข้อสงสัยในการเริ่มต้นในการเป็นผู้ป่วยที่จะต้องรับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียม ขอสรุปคำแนะนำเบื้องต้นเป็นข้อ ๆ ดังนี้

ยืนยันข้อบ่งชี้ในการผ่าตัด

               การที่ผู้ป่วยที่มีอาการของข้อที่เป็นข้อรับน้ำหนักเสื่อม และเมื่อได้รับความเห็นจากแพทย์เพียง 1 ท่านว่าต้องรับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียม ไม่ได้เป็นการสรุปว่าจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดเสมอไป โดยเฉพาะอาการเสื่อมของข้อเข่า เนื่องจากผู้ป่วยหลายรายปรับวิถีดำเนินชีวิตใหม่ เช่น ลดกิจกรรม ปรับท่านั่ง เป็นต้น ทำให้อยู่กับข้อเข่าเสื่อมได้อย่างยาวนาน แต่หากว่าผู้ป่วยต้องการมาตรฐานการดำเนินชีวิตประจำวันที่ปกติเหมือนกับคนทั่วไป อาจจำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัด ผู้เขียนจึงแนะนำว่า ผู้ป่วยที่ได้ความเห็นจากแพทย์ท่านแรก ว่าควรได้รับการผ่าตัดแล้ว ควรหาโอกาสพบแพทย์ท่านที่ 2 และ 3 เพื่อดูว่าความเห็นของแพทย์ แต่ละท่านเป็นอย่างไรบ้าง ความเห็นของแพทย์หลายท่าน หรือ ส่วนใหญ่ที่เหมือนกัน ก็ย่อมแสดงว่าผู้ป่วยมีข้อบ่งชี้ในการผ่าตัดที่ชัดเจน

หาข้อมูลทั่ว ๆ ไป ของข้อเทียม

               ข้อมูลทั่วไปของข้อเทียม หาได้ง่ายมากจากอินเตอร์เน็ตภาคภาษาอังกฤษ แต่สำหรับภาษาไทยหาได้ลำบากกว่า ในหนังสือเล่มนี้ ผู้เขียนได้พยายามรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับข้อเทียม แล้วเขียนเป็นภาษาไทยให้อ่านเข้าใจง่าย นอกจากนี้ ผู้เขียนยังให้ข้อมูลวิชาการทั้งข้อเข่าและข้อสะโพกลงใน เว็บไซด์ออร์โธจุฬาดอทคอม (http//www.orthochula.com) ซึ่งคาดว่าเกิดประโยชน์ต่อผู้ป่วย หรือ ญาติที่เข้าไปคนหาข้อมูลทั่ว ๆ ไปของข้อเทียมได้ดีระดับหนึ่ง หากมีความสนใจในผลิตภัณฑ์ข้อเทียมเฉพาะตัวใดเป็นพิเศษ ควรค้นหาผลิตภัณฑ์นั้นในอินเตอร์เน็ต โดยชื่อพิมพ์ผลิตภัณฑ์นั้นเป็นภาษาอังกฤษ แล้วหาข้อมูลภาคภาษาอังกฤษเพิ่มเติม ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับข้อเทียมมีดังนี้

ความทนทานของข้อเทียม

               ข้อเทียมอาจมีความทนทานต่อการใช้งานในผู้ป่วยแต่ละรายไม่เท่ากัน ทั้งนี้มีปัจจัยหลายอย่างที่เป็นสาเหตุ เช่น กิจกรรมในชีวิตประจำวันของผู้ป่วย น้ำหนักตัว เทคนิคการผ่าตัดของแพทย์ อย่างไรก็ตามข้อเทียมทุกชนิดไม่ทนทานเท่ากับข้อที่ธรรมชาติสร้างมา การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียมจึงอาจไม่สามารถทนทานยาวนานตลอดอายุของผู้ป่วยที่มีอายุยืน จึงเป็นสาเหตุให้ผู้ป่วยบางรายต้องได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียมใหม่อีกครั้ง ซึ่งโดยทั่วไปความทนทานของข้อตะเทียมควรยาวนานเกิน 10 ปี

สิ่งที่ผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียมควรระมัดระวัง

               ในปัจจุบัน การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียมเป็นการรักษามาตรฐานสำหรับโรคข้อเข่าเสื่อมระยะท้ายที่ได้รับการยอมรับในหมู่แพทย์ทุกสาขา และได้ผลเป็นที่พอใจในหมู่ผู้ป่วยมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากผลการรักษาดีมาก และทำให้ผู้ป่วยพอใจในระดับสูง แต่อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดไปแล้วควรระวังเรื่องต่าง ๆ ดังนี้

  • การมีกิจกรรมประจำวันที่มาก และหนักเกินไป เช่น วิ่ง หรือ กระโดดอยู่เป็นประจำ เพราะทำให้ข้อหลุดหลวม หรือแตกหักได้
  • ควรบริหารกล้ามเนื้อรอบข้อ และปฏิบัติตัวตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ถึงแม้ว่าจะใช้งานข้อเข่าอย่างเป็นปกติก็ตาม
  • ควรมาพบแพทย์ตามนัดเสมอ เพราะหากตรวจพบความผิดปกติใด ๆ ก็ตาม แพทย์อาจช่วยให้ทราบความผิดปกติที่เกิดแต่เนิ่น ๆ และรีบแก้ไขได้
  • กิจวัตรประจำวันปฏิบัติได้ตามที่คนปกติทำกัน แต่ภารกิจบางอย่างสามารถทำได้เป็นครั้งคราวได้อย่างสบาย แต่อาจไม่เหมาะสมที่จะทำอย่างต่อเนื่อง ภารกิจบางอย่างที่ควรหลีกเลี่ยง เพื่อความทนทานของข้อเทียม คือ
  • หลีกเลี่ยงการยกของหนัก (เช่น น้ำหนักมากกว่า 20 กิโลกรัม และต้องยกโดยย่อข้อเข่ามาก)
  • หลีกเลี่ยงการขึ้น-ลงบันไดที่บ่อยเกินไป (ขึ้น ลง มากกว่า 3 ชั้นของบ้าน จำนวนมากกว่า 5 เที่ยวต่อวัน)
  • ควบคุมน้ำหนักให้เหมาะสม คือไม่อ้วน (ดัชนีมวลกายที่สูงสุดควรไม่เกิน 30)
  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกาย หรือเล่นกีฬา ชนิดมีการกระโดด เช่น การวิ่ง การเล่นสกี เป็นต้น
  • หลีกเลี่ยงการหมุนบิดขาอย่างรวดเร็ว
  • หลีกเลี่ยงการลุกยืนอย่างรวดเร็ว ควรตั้งขา และเข่าตรงก่อนการลุกยืนทุกครั้ง
  • หลีกเลี่ยงการนั่งยอง ๆ หรือนั่งเตี้ย โดยเฉพาะนั่งแล้วไม่มีม้ารองก้น

ข้อแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นได้

              การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียม ถือเป็นการผ่าตัดใหญ่ชนิดหนึ่ง อาจทำให้เกิดข้อแทรกซ้อนจากการผ่าตัด หรือผลกระทบจากการผ่าตัดได้ ซึ่งไม่ต่างจากการผ่าตัดใหญ่ทั่ว ๆ ไป แต่เนื่องจากการผ่าตัดชนิดนี้ เป็นการผ่าตัดที่นัดหมายเวลาได้ จึงทำให้ในปัจจุบันนี้มีการควบคุมตัวแปรต่าง ๆ ที่อาจทำให้เกิดข้อแทรกซ้อนจากการผ่าตัดเป็นอย่างดีก่อนการผ่าตัด ทำให้ข้อแทรกซ้อนจากการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียมในปัจจุบันพบได้น้อยมาก ข้อแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นมีดังต่อไปนี้

• ติดเชื้อ
• ข้อเทียมหลุดหลวม
• ข้อเทียมชำรุด หรือ หัก
• กระดูกหักบริเวณ รอบ ๆ ข้อเทียม
• แนวขาผิดปกติหลังการผ่าตัด
• ข้อเทียมหลุดเคลื่อน
• หินปูนจับรอบ ๆ ข้อเทียม
• เส้นประสาททำงานผิดปกติ
• เส้นเลือดฉีกขาด
• เจ็บปวดบริเวณที่ผ่าตัด
• ลิ่มเลือดอุดตันที่ขา
• ข้อแทรกซ้อนจากการให้ยาสลบ หรือ การบล็อคหลัง
• ข้อแทรกซ้อนจากโรคทางอายุรกรรม
• ขายาวไม่เท่ากัน
• งอข้อเข่าไม่ได้เท่าที่ควร

ผู้ป่วยที่มีโอกาสเกิดข้อแทรกซ้อนได้สูงกว่าคนทั่วไป

• ผู้ป่วยที่มีโรคทางอายุรกรรมที่ควบคุมไม่ได้ดี เช่น โรคหัวใจ โรคไต โรคเบาหวาน
• ผู้ป่วยที่น้ำหนักตัวมากเกิน 102 กิโลกรัม
• ผู้ป่วยที่กระดูกบางมาก หรือกระดูกมีขนาดเล็กมาก
• ผู้ป่วยที่คาดหวังผลการรักษามากกว่าคนทั่วไป หรือกังวลมากผิดปกติ


เลือกแพทย์ที่จะเป็นผู้ผ่าตัด

               ในประเทศสหรัฐอเมริกา หรือประเทศที่มีพัฒนาทางการแพทย์มาก แพทย์ส่วนใหญ่จะให้ข้อมูลพื้นฐานของตัวเองที่ชัดเจน รวมถึงผลงานวิชาการอันประกอบด้วย งานวิจัย งานบรรยาย และเทคนิคความสามารถพิเศษในการทำผ่าตัดที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ป่วยสูงสุด โดยเฉพาะการเผยแพร่ทางเว็บไซด์ ซึ่งสังเกตได้ว่าแพทย์ผู้มีประสบการณ์ มีความชำนาญสูง และมีชื่อเสียงในวงการออร์โธปิดิกส์ระดับโลกทุกราย มีผลงานการรักษาผู้ป่วย และผลงานวิจัยลงตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ที่ได้รับการยอมรับว่ามีมาตรฐาน และใช้อ้างอิงได้กันทั่วโลก (ชื่อวารสารที่ถูกนำมาใช้อ้างอิงได้ สามารถหาดูได้จากการค้นหาในคำในเว็บไซด์ชื่อ PubMed เมื่อเข้าถึงเว็บนี้แล้ว พิมพ์ชื่อสกุลของแพทย์ที่ต้องการทราบเป็นภาษาอังกฤษแล้วกดปุ่มค้นหา ก็จะทราบข้อมูลผลงานวิชาการของแพทย์ท่านนั้น ๆ ได้ระดับหนึ่ง)
              สำหรับในประเทศไทย แม้แพทย์บางท่านมีประสบการณ์สูง แต่ก็มีแพทย์เผยแพร่ข้อมูลผลการรักษาผู้ป่วยที่ควรเปิดเผยเหล่านี้น้อย และเมื่อต้องตอบคำถามผู้ป่วยก็มักกล่าวถึงผลของการรักษาแบบประมาณการ หรือกล่าวแสดงความคิดเห็นส่วนบุคคลมากกว่าการแสดงข้อมูลเชิงสถิติ ซึ่งมีความเป็นวิทยาศาสตร์น้อย และความน่าเชื่อถือต่ำ การเลือกแพทย์ที่จะเป็นผู้ทำผ่าตัด จึงขึ้นกับวิจารณญาณและความพอใจของผู้ป่วย และความน่าเชื่อถือของแพทย์จากการพูดคุยทั่วไปเป็นหลัก ผู้เขียนมีความเห็นส่วนตัวว่าบทบาทของแพทย์ที่ดี ไม่ได้มีเพียงการรักษาผู้ป่วยให้ได้ผลดีเท่านั้น แต่จำเป็นต้องมีงานส่วนที่จรรโลงและเสริมสร้างวงการแพทย์ให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งผลที่เกิดขึ้นจะเป็นประโยชน์โดยตรงต่อผู้ป่วย แพทย์ที่มีประสิทธิภาพจึงควรมีทั้งผลงานวิจัย งานบรรยาย และงานความสามารถพิเศษ ซึ่งมีบทบาทดังนี้

  • งานวิจัยโดยเฉพาะผลการรักษาที่ทำต่อเนื่องอย่างสม่ำเสมอ เป็นสิ่งที่ยืนยันว่า แพทย์ท่านนั้น ๆ มีประสบการณ์ ในการผ่าตัดและรักษาผู้ป่วย และมีขบวนการพิสูจน์ผลงานของตนเองด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์ที่ตรงไปตรงมาเป็นอย่างดี
  • งานบรรยาย แสดงให้เห็นว่าแพทย์ท่านนั้น ๆ เป็นผู้ความรู้และความสามารถ เป็นที่ยอมรับให้เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ให้แก่ผู้อื่น หรือแม้แต่ในวงการแพทย์ด้วยกันเอง
  • ความสามารถพิเศษต่าง ๆ หรือ เทคนิคการผ่าตัดวิธีใหม่ ๆ เป็นการแสดงให้เห็นว่า นอกเหนือจากการรักษาด้วยวิธีปกติแล้ว แพทย์ท่านนั้น ๆ ยังขวนขวายพัฒนาขีดความสามารถขั้นสูงที่สามารถรักษาให้ผู้ป่วยผลของการรักษาที่ดียิ่งขึ้น แต่ทั้งนี้ ผู้เขียนยังยืนยันว่า ควรต้องมีผลงานที่แสดงผลวิจัยเบื้องต้นของวิธีการรักษาชนิดใหม่ ๆ ให้ประจักษ์และยอมรับในวงการแพทย์ก่อนที่จะเผยแพร่ความรู้ออกสู่มวลชนโดยวิธีผ่านสื่อต่าง ๆ เนื่องจากผู้บริโภคไม่มีความรู้พอที่จะทราบข้อเท็จจริงโดยละเอียดเพียงพอเพื่อก่อนที่ผู้ป่วยจะตัดสินใจเลือกแพทย์ผู้ทำผ่าตัด

เลือกเวลาที่เหมาะสม

               การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียม เป็นการผ่าตัดที่กำหนดวันเวลาล่วงหน้าได้ เนื่องจากโรคที่ผู้ป่วยเป็นอยู่ไม่เป็นอันตรายต่อชีวิต แต่เป็นโรคที่สร้างความทรมาน ในรายที่มีข้อบ่งชี้สำหรับการผ่าตัดชัดเจน และมีอายุมาก เช่น อายุเกิน 69 ปีขึ้นไป ควรพิจารณาช่วงเวลาผ่าตัดเมื่อสุขภาพยังมีความแข็งแรงพร้อมต่อการผ่าตัดใหญ่ ผู้ป่วยเหล่านี้ไม่ควรกำหนดวันเวลาผ่าตัดที่ยาวนานเป็นปี ๆ เมื่อผู้ป่วยที่พร้อมผ่าตัดแล้ว ควรกำหนดวัน ที่ผู้ป่วย และสมาชิกในครอบครัวมีความพร้อมในด้านเวลาที่พอดีกัน เพื่อให้ผู้ป่วยเกิดกำลังใจจากการเฝ้าดูแลกัน

เลือกโรงพยาบาล

               มีปัจจัยสำคัญหลายเรื่องที่ทำให้ผู้ป่วยเลือกการักษาในโรงพยาบาลไม่ว่าเป็นภาครัฐ หรือ ภาคเอกชน ซึ่งมีข้อดีและข้อเสียของโรงพยาบาลทั้ง 2 กลุ่ม ที่ไม่อาจกล่าวในที่นี้

ติดต่อเพื่อรับการตรวจกับแพทย์ที่เลือกและโรงพยาบาลบาลที่เลือก

               เมื่อได้ข้อมูลดังกล่าวมาแล้ว โดยส่วนใหญ่แล้วจะพอทราบ หรือหาข้อมูลได้ว่าแพทย์ที่ต้องการทำงานอยู่ที่ได ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลภาครัฐ หรือภาคเอกชน ในปัจจุบันข้อมูลแพทย์หาได้อย่างง่ายดายในอินเตอร์เน็ต จากการพิมพ์ชื่อแพทย์ และหรือนามสกุลลงในช่องค้นหา ใน search engine ก็จะพบข้อมูลต่าง ๆ มากมาย เมื่อได้ข้อมูลแพทย์ และโรงพยาบาลที่ต้องการแล้ว จึงดำเนินการเข้ารับการตรวจตามวันเวลาที่แพทย์ท่านนั้น ๆ ออกตรวจ กรณีที่มีภาพถ่ายทางรังสี ซึ่งถ่ายมาไม่นาน ก็ควรนำติดตัวไปพบแพทย์ด้วย